รายละเอียด ช.พ.ค.

หน้าที่ที่ ช.พ.ค. ต้องปฏิบัติ

1. สมาชิก ช.พ.ค. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ดังนี้

1.1  จะต้องชำระเงินค่าสงเคราะห์รายศพ ให้แก่เพื่อนสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ทุกๆ เดือน ในอัตรา ดังนี้

– ช.พ.ค. อัตราค่าสงเคราะห์รายศพ ๆ ละ 1 บาท หน่วยรับเงิน ช.พ.ค. จะออกหลักฐานการรับเงินให้ดังนี้

– สมาชิก ช.พ.ค. ที่ได้รับเงินเดือนจะต้องยินยอม ให้หักเงิน ณ ที่จ่าย โดยหน่วยรับเงินจะออกใบเสร็จรับเงินรวม ให้แก่หน่วยงานที่เป็นผู้หักเงินเดือน ณ ที่จ่าย โดยมีงบหน้าแสดงบัญชีรายชื่อของสมาชิกเป็นเอกสารประกอบการรับเงิน หน่วยงานรับเงิน ช.พ.ค. ที่ได้รับเงินจากหน่วยหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายจะเป็นผู้ออกหนังสือรับรองการชำระเงินสงเคราะห์ รายศพให้แก่สมาชิกเป็นรายบุคคลทุก 6 เดือน (สิ้นเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี) หรือในกรณีที่สมาชิกแจ้งความ ประสงค์ขอให้รับรองการชำระเงินเป็นกรณีๆ ไป ก็ได้

– สมาชิกที่ไม่มีเงินเดือนให้หัก ณ ที่จ่าย จะต้องมาชำระด้วยตนเองทุกเดือน ณ หน่วยงาน ช.พ.ค. ที่สมาชิกสังกัด โดยหน่วยรับเงิน ช.พ.ค. จะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สมาชิก

1.2  สมาชิกย้ายที่อยู่หรือสถานที่ชำระเงิน สมาชิกต้องแจ้งการย้ายที่อยู่หรือสถานที่ชำระเงินให้ สกสค. หน่วยงานที่ตน สังกัดเดิมทราบภายใน 7 วัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก การแจ้งย้ายเข้าที่ สกสค. สังกัดใหม่ โดยไม่ได้แจ้งย้ายจาก สังกัดเดิม อาจทำให้เกิดการสับสน เป็นเหตุให้รายชื่อของท่านตกหล่น หรือมีปัญหาภายหลังได้

1.3 กรณีสมาชิกเปลี่ยนแปลง ชื่อ – สกุล หรือเปลี่ยนประวัติส่วนตัว ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลง ณ หน่วยงานที่สมาชิก สังกัดอยู่โดยด่วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของท่าน

2. สมาชิกจะถูกถอนชื่อให้พ้นจากการเป็นสมาชิก ช.พ.ค. สำนักงาน ช.พ.ค.
จะถอนชื่อสมาชิกที่ค้างชำระเงินสงเคราะห์รายศพ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ผู้ที่ถูกถอนชื่อจะไม่ได้รับการสงเคราะห์จาก  ช.พ.ค. ผู้ที่ถูกถอนชื่อมีสิทธิยื่นเรื่องขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ได้  โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการคณะกรรม การ ช.พ.ค. กำหนด เมื่อคณะกรรมการ ช.พ.ค. อนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกจึงจะมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จาก ช.พ.ค.

3. กรณีที่ถูกไล่ออก ปลดออกจากราชการ ยังคงมีสิทธิการเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ได้ สมาชิก ช.พ.ค. ที่ถูกปลดออก ไล่ออกจากราชการ ยังคงเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ได้
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของสมาชิก จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดเก็บเงิน ค่าสงเคราะห์รายศพ ให้หน่วยงานที่ สมาชิกสังกัดทราบ

4. การระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค. ระเบียบ ช.พ.ค. ที่แก้ไขปรับปรุงใหม่ กำหนดให้สมาชิก ช.พ.ค. ที่ไม่มีบุคคลในครอบครัว ได้แก่ บิดา -มารดา คู่สมรส บุตรชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบุตรนอกสมรส ที่บิดารับรองแล้วบุตรบุญธรรม จึงจะมีสิทธิ ระบุสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวให้แก่ผู้อยู่ในอุปการะอย่างบุตร ที่ได้ทำการระบุสิทธิรับเงินไว้แล้วตามระเบียบเดิม   ให้ ยังคงได้รับสิทธิตามที่ทำการระบุไว้แล้ว ไม่ต้องทำการระบุใหม่


ผู้มีสิทธิสมัคร ช.พ.ค. จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาในสังกัด ดังนี้

1.1 กระทรวงศึกษาธิการ
1.2 องค์การมหาชนหรือองค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
1.3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กทม.,เทศบาล , เมืองพัทยา ฯลฯ)
1.4 กระทรวงอื่นที่โอนจากกระทรวงศึกษาธิการ ตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545
1.5 สหกรณ์ออมทรัพย์ครู


คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค.

ผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัคร และต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
1.  ครู
2. คณาจารย์
3. ผู้บริหารสถานศึกษา
4. ผู้บริหารการศึกษา
5. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
6. ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ
7. สมาชิกคุรุสภา (สังกัดกระทรวงอื่น อันเนื่องมาจากการโอน ตามกฎหมาย และเป็นสมาชิกคุรุสภาก่อนวันที่ 12 มิถุนายน 2546)


เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครสมาชิก ช.พ.ค. เข้าใหม่

1.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  (พร้อมทั้งฉบับจริง  แสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่)

2.  หนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ผู้บังคับบัญชารับรองจนถึงวันยื่นสมัครและ ตราประทับหน่วยงานสังกัด

3. ใบรับรองแพทย์ (แบบ ชพค. 3)

– กรณีอายุไม่เกิน 35 ปี บริบูรณ์ (แบบ  ชพค.3) ใช้แบบกรณีปกติ

* โดยใบรับรองแพทย์ทุกกรณี มีกำหนดไม่เกิน 15 วัน นับตั้งแต่ วันที่ตรวจจนถึง วันยื่นสมัคร และต้องมีตราประทับ

สถานที่ตรวจและแพทย์รับรองว่า ขณะตรวจ มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์  ปราศจากโรคที่ระบุ ไว้ในใบรับรองแพทย์ *

4.  สำเนาทะเบียนบ้าน

5.  สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  (พร้อมฉบับจริง)  หรือ  สำเนาประวัติรับราชการ (กพ.7) หรือ สำเนาคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง

6.  สำเนาสัญญาจ้าง (กรณีลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในสังกัด โรงเรียนเอกชน  โดยสัญญาจ้างต้องมีกำหนดระยะเวลาจ้างต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (พร้อมทั้งฉบับจริง)

7. กรณีครูสังกัดโรงเรียนเอกชน ในระบบ (สังกัด สช.)

– สำเนาใบแต่งตั้งให้เป็นครู หรือ สำเนาสมุดประจำตัวครู หรือ สำเนาใบอนุญาตให้เป็นครู  สช.11 หรือ  สช 18 (พร้อมฉบับจริง)

8.  กรณีครูสังกัดโรงเรียนเอกชน นอกระบบ (สังกัด สช.)

– สำเนาหนังสืออนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน รับรองสำเนาโดยผู้รับใบอนุญาต

– สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง หรือ เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้สมัครเป็น หรือ ปฏิบัติหน้าที่ผู้รับใบอนุญาต หรือ ผู้จัดการหรือผู้บริหาร หรือผู้สอน แล้วแต่กรณี

– สำเนาสัญญาจ้าง ต้องมีกำหนดเวลาจ้างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี

9. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)

10. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล (ถ้ามี)

11 . สำเนาคำร้องขอใช้คำนำหน้า น.ส. หรือ ใช้สกุลเดิม (กรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่ โดยเขตเป็นผู้ออกให้)

12. เงินค่าสมัคร กรณีปกติ    50 บาท อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์

13. เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า 1,000 บาท จะคืนให้เมื่อพ้นจากสมาชิกภาพ ช.พ.ค. เท่าที่สมาชิกผู้นั้นยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายไว้ล่วงหน้า


เอกสารประกอบการระบุสิทธิ ช.พ.ค.

ให้เขียนที่ สำนักงาน ช.พ.ค.

ผู้ถูกระบุต้องเกี่ยวข้องเป็น = บิดา  มารดา คู่สมรส  บุตร  บุตรบุญธรรม (บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนก็ได้)

สมาชิก ช.พ.ค.  อย่างละ  1  ชุด

1. สำเนาทะเบียนบ้าน

2. สำเนาบัตรประชาชน

3. สำเนาใบสำคัญการสมรส

4. สำเนาใบสำคัญการหย่า

5. สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ – สกุล

6. สำเนาการบันทึกการใช้คำนำหน้า  น.ส.  และสกุลเดิมของคู่สมรส

7. สำเนาทะเบียนการรับรองบุตรบุญธรรม

8. สำเนาทะเบียนการรับรองบุตร (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส)

9. สำเนาใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม)

10. สำเนาใบมรณบัตร  บิดา – มารดา (กรณีโสด)

ผู้ถูกระบุ  อย่างละ  1  ชุด

1. สำเนาทะเบียนบ้าน

2. สำเนาบัตรประชาชน

3. สำเนาใบสำคัญการสมรส

4. สำเนาใบสำคัญการหย่า

5. สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ – สกุล

6. สำเนาการบันทึกการใช้คำนำหน้า  น.ส.  และสกุลเดิมของคู่สมรส

สำหรับพยาน  2  คน

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

กรณีสมาชิก ช.พ.ค.  เป็นโสด

ต้องระบุให้บิดา – มารดา เท่านั้น (บิดา – มารดาถึงแก่กรรม)  ต้องแสดงหลักฐานใบมรณบัตร  หรือหนังสือรับรองการถึงแก่กรรม  เพื่อประสงค์ระบุให้  ผู้อุปการะ  (บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนก็ได้)

โดยให้ผู้เกี่ยวข้องลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องเองทุกฉบับ

สมาชิกต้องมายื่นเอกสารด้วยตัวเองพร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่


การให้บริการด้านสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค.

เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม บุคคลในครอบครัวของสมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 เงินค่าจัดการศพ รายละ 200,000 บาท

* ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นเรื่องขอรับเงินค่าจัดการศพ ได้ที่สำนักงาน สกสค. จังหวัด / กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ที่สมาชิกถึงแก่กรรมสังกัดอยู่ แล้วแต่กรณี

ประเภทที่ 2 เงินสงเคราะห์ครอบครัวปัจจุบันประมาณรายละ 700,000.00 บาทเศษ


ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์

ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ ต้องเป็นบุคคลในครอบครัวของ สมาชิกที่ถึงแก่กรรม ดังนี้
(1)  คู่สมรส บุตรชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้ว และบิดา มารดาของสมาชิก ช.พ.ค.
(2)  ผู้อยู่ในอุปการะอย่างบุตร ของสมาชิก ช.พ.ค.
(3)  ผู้อุปการะสมาชิก ช.พ.ค.

* หากผู้มีสิทธิรับเงินในแต่ละลำดับยังมีชีวิตอยู่ ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิได้รับ การสงเคราะห์

* ผู้ขอรับเงินค่าจัดการศพ นอกจากจะต้องเป็นบุคคลตามลำดับก่อนหลังดังกล่าวแล้ว ยังต้องเป็นผู้จัดการศพของ สมาชิก ช.พ.ค. ที่ถึงแก่กรรม โดยต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองว่าเป็นผู้จัดการศพ ตามแบบที่ ช.พ.ค. กำหนด หรือ ตามแบบของวัด หรือสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาที่มีข้อความครบถ้วนเช่นเดียวกันก็ได้

* ในกรณีที่สมาชิก ช.พ.ค. ได้ระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค. จะจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวให้ แก่บุคคลที่สมาชิก ช.พ.ค. ได้ระบุไว้แล้ว


หลักฐานการยื่นคำร้องขอรับเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ค. สมาชิก ช.พ.ค. สังกัดส่วนกลาง

หลักฐานของสมาชิก ช.พ.ค. ผู้ถึงแก่กรรม

1. ใบมรณบัตรฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน 3 ฉบับ

2. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับจำหน่ายตาย จำนวน 1 ฉบับ

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการ จำนวน 1 ฉบับ

4. ใบสำคัญการสมรสฉบับจริงพร้อมสำเนาหรือสำเนาทะเบียนการสมรสที่คัดจากทะเบียนราษฎร์หรือ ทะเบียนหย่า (กรณีหย่า) จำนวน 1 ฉบับ

5. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล จำนวน 1 ฉบับ

6. สำเนาทะเบียนการรับรองบุตรกรณีสมาชิกที่เป็นผู้ชายมีคู่สมรสแต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน จำนวน 1 ฉบับ

7. หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพตามแบบที่ ช.พ.ค. กำหนด ( ชพค.5 ) สามารถดาวน์โหลดได้ที่  otep.go.th   หรือตามแบบของทางวัดที่มีข้อความในลักษณะเดียวกันกับ ช.พ.ค. ฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ  (ในการกรอกข้อมูลหนังสือจัดการศพจะต้องเป็นลายมือเดียวกันทั้งฉบับ)

(ในการแจ้งถึงแก่กรรม ทายาทต้องมีหนังสือรับรองตามข้อ 7 ด้วย จึงจะสามารถแจ้งการถึงแก่กรรมได้)

หมายเหตุ เอกสารทุกฉบับของผู้ถึงแก่กรรมให้ผู้ที่เป็นผู้จัดการศพตามแบบข้อ 7 เป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้อง

หลักฐานทายาทของผู้มีสิทธิรับเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว

1.  สำเนาทะเบียนบ้านทายาทผู้มีสิทธิรับเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว คนละ 1 ฉบับ

2.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการของผู้จัดการศพ จำนวน 3 ฉบับ และทายาทผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์   ครอบครัว จำนวน 2 ฉบับ

3.  สำเนาทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าของทายาทที่เป็นหญิง จดทะเบียนสมรสแล้ว ขอใช้นางสาวหรือสกุลเดิม ต้องแนบ    คำขอใช้ด้วย จำนวน 1 ฉบับ

4.  สำเนาหลักฐานการเสียชีวิตของบิดา มารดา คู่สมรส บุตร ของสมาชิก ช.พ.ค. กรณีเสียชีวิตไปก่อนแล้ว จำนวน 1 ฉบับ

5.  สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล ของทายาท จำนวน 1 ฉบับ

6.  สำเนาทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (กรณีที่มีบุตรบุญธรรม) จำนวน 1 ฉบับ

7. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยประเภทออมทรัพย์ของทายาททุกคนที่เป็นผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวของผู้จัดการศพ จำนวน 3 ฉบับ ทายาทผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ จำนวน 2 ฉบับ

หมายเหตุ เอกสารทุกฉบับทายาทต้องเป็นผู้รับรองสำเนาด้วยตนเองทุกฉบับ     

หากมีข้อสงสัยประการใดกรุณาติดต่อที่หมายเลข 0 2288 4545 หรือ 0 2288 4546       

หมายเหตุ ผู้มีสิทธิยื่นเรื่องขอรับเงินค่าจัดการศพ  ต้องเป็นผู้จัดการศพ และต้องเป็นบุคคลข้อ 6 หรือข้อ 8 แห่ง ระเบียบ ช.พ.ค. ซึ่งได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
1.  คู่สมรสชอบด้วยกฎหมาย บุตรชอบด้วยกฎหมาย  บุตรบุญธรรม  บุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้ว บิดา/มารดา ของสมาชิก ช.พ.ค.
2.  ผู้อยู่ในอุปการะอย่างบุตรของสมาชิก ช.พ.ค.
3.  ผู้อุปการะสมาชิก ช.พ.ค.

เอกสารการรับเงินค่าจัดการศพ (กรณีมอบอำนาจ)
1. หนังสือมอบอำนาจตามแบบที่ ช.พ.ค.กำหนด (ชพค.15)
2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรข้าราชการ ตัวจริง ของผู้มอบ  และผู้รับมอบอำนาจ
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ฉบับ
หมายเหตุ บัตรประจำตัวที่ท่านนำมาเป็นหลักฐาน จะต้องไม่หมดอายุ หากท่านปฏิบัติได้ครบทุกขั้นตอน ท่านจะได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการรับเงิน